การขายดาวน์รถยนต์ ที่ยังผ่อนไม่หมด ผ่อนต่อไม่ไหว
ระวัง เสียทั้งรถ เสียทั้งเงิน แถมติดคุก !!
การขายดาวน์รถยนต์ คือ การขายรถยนต์ที่เช่าซื้อ
ที่ยังติดไฟแนนซ์ ยังผ่อนชำระค่างวดเช่าซื้อยังไม่ครบนั้นเองคับ
ปัญหาทีี่่จะตามมาจากการขายดาวน์รถยนต์ ผ่อนต่อไม่ไหว ไม่เปลี่ยนสัญญา
เพราะรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด ยังติดไฟแนนซ์อยู่นั้น
กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันที่เช่าซื้อ ยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์อยู่
ส่วนผู้เช่าซืิ้อมีเพียงสิทธิครอบครองใช้รถยนต์เท่านั้น...
การขายดาวน์รถ โดยไม่เปลี่ยนสัญญา นอกจากจะผิดสัญญาแล้ว
ยังอาจผิดกฎหมายอาญา " ในข้อหายักยอกทรัพย์ " ด้วยนะครับผม.
ความเสี่ยงของการขายดาวน์รถ ไม่เปลี่ยนสัญญา
เนื่องจากผู้ขายดาวน์รถยนต์ ยังเป็นคู่สัญญากับบริษัทไฟแนนซ์อยู่
ดังนั้น เมื่อมีการผิดนัดค้างชำระค่างวดเกิน 3 งวดติดต่อกัน บริษัทไฟแนนซ์ก็จะมีหนังสือแจ้งให้เราชำระค่างวดที่ค้างชำระ ถ้าเราไม่ชำระก็จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาล เพื่อเรียกรถยนต์คืนหรือให้ใช้ราคารถยนต์แทน พร้อมค่าเสียหายต่างๆ กับผู้ขายดาวน์รถยนต์และผู้ค้ำประกันได้
1.คนซื้อดาวน์รถต่อ ไม่ผ่อนชำระต่อ เรายังต้องรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์
2.คนซื้อดาวน์รถยนต์ต่อ ไม่ผ่อนชำระต่อ และเอารถยนต์หนี ตามคืนไม่ได้
ทำให้ต้องเสียทั้งรถ เสียทั้งเงิน...รับผิดชอบตามสัญญาเช่าซื้อ
3.อาจเสี่ยงติดคุก ถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาในข้อหายักยอกทรัพย์ได้
กฎหมายเพื่อความสุขวันนี้ มีแนวทางการขายดาวน์รถ
ไม่เปลี่ยนสัญญายังไงให้ไม่ติดคุกและปลอดภัยเสียหายน้อยที่สุดมาฝากครับ
1.ทำสัญญาขายดาวน์รถยนต์ ขายสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ
โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ซื้อดาวน์รถยนต์ผ่อนชำระค่างวดต่อไป ในนามผู้ขายดาวน์
ตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าซื้อกับไฟแนนซ์
2. ในสัญญาขายดาวน์รถยนต์ ให้ระบุเงือนไขให้เราได้เปรียบไว้ เช่น กำหนดเงือนไข ถ้าผู้ซื้่อดาวน์ ผิดนัดค้างชำระค่าเช่าซื้อ 2 งวดติดต่อกัน ให้ถือว่าผิดสัญญาให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน ให้ผู้ขายดาวน์ สามารถติดตามรถยนต์คืนได้ เพราะทำให้เรายังมีเวลาอย่างน้อยอีกประมาณ 60 วัน ในการแก้ปัญหา กับทางไฟแนนซ์ ว่าจะเอารถยนต์ไปขายดาวน์ต่อ เพื่อเอาเงินมาชำระค่างวดที่ค่าชำระได้
3.หากเกิดผู้ซื้อดาวน์รถยนต์ ผิดนัดผิดสัญญา ไม่ชำระค่างวด จนถูกบริษัทไฟแนนซ์บอกเลิกสัญญาแล้ว
หากไฟแนนซ์มาติดตามเอารถยนต์คืน ก็ต้องแจ้งตามความจริงว่าเราขายดาวน์ไปให้ใคร รถยนต์อยู่กับ ใครในตอนนี้ ห้ามบอกเจ้าหน้าที่ว่าเราขายดาวน์รถยนต์แล้ว แต่ไม่ยอมบอกว่าเราขายให้ใคร ?
เพราะถือว่าเรามีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์รถยนต์ของไฟแนนซ์ได้...
แต่ตามปกติถ้าเราไม่บอกว่าเราขายดาวน์รถยนต์ไปแล้ว ทางไฟแนนซ์ก็คงไม่ทราบว่าเราขายดาวน์รถยนต์ไปแล้ว ทางไฟแนนซ์ก็จะใช้สิทธิฟ้องศาลเพื่อให้ผู้ขายดาวน์ส่งรถยนต์คืนหรือใช้ราคารถยนต์แทน พร้อมค่าเสียหาย ค่าใช้รถยนต์ระหว่างผิดสัญญา...อันนี้ไม่ติดคุกครับ แค่ให้ใช้เงินคืน
แต่ถ้าเราบอกว่าเราขายดาวน์ แบบไม่เปลี่ยนสัญญา ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนฟ้องคดีอาญาได้ครับ
เพราะทางไฟแนนซ์อาจใช้สิทธิ์ฟ้องคดีอาญาไปก่อน ให้เรามาต่อสู้ต่อรองเอาที่ศาลก็ได้...
ฎีกาที่เกี่ยวข้องกับการขายดาวน์รถยนต์ ไม่เปลี่ยนสัญญา ไม่ติดคุก
ฎีกาที่ 2716/2554 การทีี่ อ.ผู้เสียหายตกลงให้จำเลยเอารถยนต์กระบะที่ผู้เสียหายทำสัญญาเช่าซื้อมา ไปใช้โดยจำเลยเป็นผู้ชำระค่าเช่าซื้อในนามของผู้เสียหาย ถือว่าเป็นการโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ โดยมีข้อตกลงระหว่างจำเลยกับผู้เสียหายว่า จำเลยจะเป็นผู้ชำระค่าเช่าซื้อในนามของผู้เสียหาย ต่อมาการที่จำเลยเอารถยนต์ไปขายดาวน์ต่อให้ ช.นั้น ยังมิใช่การเอารถยนต์ทรัพย์สินของผู้ให้เช่าซื้อไปขาย แต่เป็นเพียงการโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่ ช. โดยมีข้อตกลงให้ ช. มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อต่อไป เพราะจำเลยประสงค์จะหาบุคคลอื่นมาช่วยรับภาระในการผ่อนค่าเช่าซื้อในนามของผู้เสียหาย จำเลยจึงมิได้เบียดบังเอารถยนต์กระบะดังกล่าวเป็นของตนเองหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ไม่เป็นเหตุให้การกระทำของจำเลยที่ไม่เป็นความผิดกลับกลายเป็นความผิดแต่อย่างใด การที่จำเลยโอนสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อให้แก่ ช. แม้มิได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าซื้อก็มีผลในทางแพ่งเพียงว่า ผู้ให้เช่าซื้อยังคงมีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างจากผู้เสียหายผู้เช่าซื้อเดิมต่อไป รวมทั้งเรียกค่าเสียหายในการที่ผู้ให้เช่าซื้อไม่อาจติดตามยึดรถยนต์กระบะคืนจากจำเลยได้ จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานยักยอก
แต่ถ้าเป็นการขายขาด ตีใช้หนี้ นำไปจำนำโดยไม่มีเจตนาที่จะไถ่ถอนคืน
ถือว่ามีเจตนาเบียดบังเอาทรัพย์ของผู้เสียหายที่อยู่ในความครอบครองของจำเลยไปโดยทุจริต
จึงเป็นความผิดฐานยักยอก ฎีกา 11294 /2553
สุดท้ายจะขายดาวน์รถยนต์ ให้ผ่อนต่อ ไม่เปลี่ยนสัญญา
ก็ขอให้มีีความสุขและปลอดภัยจากคุกนะครับ...
กฎหมายเพื่อความสุข
ทนายธีรวัฒน์ นามวิชา
